5 นักมวยไทยชายในตำนาน ขวัญใจชาวไทยดีกรีแชมป์โลก

หากย้อนอดีตไปจะพบว่ามี นักมวยไทยชาย ที่ยังอยู่ในใจคนไทยเสมอมาด้วยพวกเขาทั้ง 5 นี้มีดีกรีแชมป์โลก เป็นตำนานที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย
5 นักมวยไทยชายในตำนาน ขวัญใจชาวไทยดีกรีแชมป์โลก

มวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวจากประเทศไทย ที่ใช้หมัด ศอก แขนท่อนล่าง เท้า แข้ง เข่า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ศีรษะ และลำตัวในการต่อสู้ หากย้อนอดีตไปจะพบว่ามีนักมวยชาวไทยที่ยังอยู่ในใจคนไทยเสมอมา ด้วยพวกเขาทั้ง 5 นี้มีดีกรีแชมป์โลก เป็นตำนานที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย จึงเป็นนักชกขวัญใจแฟนมวยและคนไทยหลายๆ คนตราบจนถึงปัจจุบัน

  1.  โผน กิ่งเพชร

1 โผน กิ่งเพชร

โผน กิ่งเพชร มีชื่อจริงว่า มานะ สีดอกบวบ เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2478 เป็นชาวหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีรูปร่างผอมบาง มีช่วงขาที่ยาว ถนัดขวา เขาฝึกและขึ้นชกมวยครั้งแรกที่หัวหินบ้านเกิด ฝีมือดีเป็นที่ลือลั่น กระทั่งขึ้นชกมวยสากลครั้งแรกประมาณ พ.ศ. 2498 จากนั้นการชกของโผนก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ฝีมือพัฒนาจนได้ชิงแชมป์โลกแชมป์โลกชาวไทยคนแรกในรุ่นฟลายเวต ของสถาบันเดอะริง (The Ring) รวมทั้งเป็นแชมป์โลกชาวไทยคนแรกที่ได้ครองแชมป์โลกถึง 3 สมัย มีการสร้างอนุสรณ์สถานของเขาที่หัวหินบ้านเกิด หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว 10 ปี นับว่าเป็นตำนานของวงการมวยสากลคนหนึ่งของไทย โดยวันที่ 16 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่โผนชิงแชมป์โลก ได้ถูกกำหนดให้เป็น “วันนักกีฬาไทย”

  1.  เขาทราย แกแล็คซี่

2 เขาทราย แกแล็คซี่

เขาทราย แกแล็คซี่ มีชื่อจริงว่า สุระ แสนคำ เกิดวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2502 ที่บ้านเฉลียงลับ ต.นาป่า อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เขาได้รับฉายาจากแฟนมวยว่า “ซ้ายทะลวงไส้” จากหมัดซ้ายที่หนักหน่วง และการชกลำตัวที่ยอดเยี่ยม เป็นอดีตนักมวยแชมเปี้ยนโลกชาวไทย รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต (115 ปอนด์) ของ สมาคมมวยโลก (WBA) หลังครองตำแหน่งแชมป์โลก เขาทรายสามารถป้องกันตำแหน่งได้ถึง 19 ครั้งติดต่อกัน นับเป็นสถิติโลกสูงสุดในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตถึงปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2542 เขาทรายได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “World Boxing Hall of Fame” ณ เมืองคานาสโตต้า รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยสถิติการชก 50 ครั้ง ชนะ 49 ครั้ง โดยชนะน็อกถึง 43 ครั้ง

  1.  สามารถ พยัคฆ์อรุณ

3 สามารถ พยัคฆ์อรุณ

สามารถ พยัคฆ์อรุณ มีชื่อจริงว่า สามารถ ทิพย์ท่าไม้ เกิดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2505 เป็นชาว ต.คลองเขต อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา อดีตนักมวยหนุ่มหน้าตาดี ผู้มีเสียงเหน่อเป็นเอกลักษณ์ เจ้าของฉายา “พยัคฆ์หน้าหยก” ถือเป็นนักมวยชั้นเชิงแพรวพราว สายตาดี ชกได้สนุก ชนะใจคนดู โดยได้แชมป์ของสนามมวยเวทีลุมพินีถึง 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่นพินเวต (105 ปอนด์) รุ่นจูเนียร์ฟลายเวต (108 ปอนด์) รุ่นจูเนียร์แบนตัมเวต (115 ปอนด์) และรุ่นเฟเธอร์เวต (126 ปอนด์) และหันมาชกมวยสากลอาชีพ ชิงแชมป์โลกครั้งแรกในรุ่นซูเปอร์แบนตัมเวต (122 ปอนด์) ของสภามวยโลก (WBC) โดยเอาชนะน็อกแชมป์โลกไปได้ในยกที่ 5 กลายเป็นแชมป์โลกคนที่ 10 ของไทย

  1.  สด จิตรลดา

4 สด จิตรลดา

สด จิตรลดา มีชื่อจริงว่า เชาวลิต วงศ์เจริญ เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 เป็นชาว ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี เป็นนักมวยที่ชกสนุก มีลีลาฟุตเวิร์กสวยงาม หมัดแย้บคม กล้าแลกกล้าชน แม้หมัดจะไม่หนักก็ตาม แต่ก็ถือว่าชนะใจคนดู เป็นแชมป์โลกชาวไทยคนที่ 8 รุ่นฟลายเวต (112 ปอนด์) ของสภามวยโลก (WBC) และแชมป์เดอะริง มีสถิติการชกทั้งหมด 29 ครั้ง ชนะ 23 ครั้ง แพ้ 4 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง (ชนะน็อก 14 ครั้ง) ปัจจุบันได้เปิดค่ายมวยไทยย่านนนทบุรี เพื่อสอนมวยให้เด็กและเยาวชน ตลอดจนผู้สนใจในศิลปะมวยไทย

  1.  สมรักษ์ คำสิงห์

5 สมรักษ์ คำสิงห์

สมรักษ์ คำสิงห์ เกิดเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2516 เป็นชาวหมู่บ้านโนนสมบูรณ์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น อดีตนักชกอารมณ์ดี สนุกสนานเฮฮา และมีวลีเด็ดคือ “ไม่ได้โม้” จนได้รับฉายาว่า “โม้อมตะ” เขาเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 26 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2539 ภายหลังจากได้เหรียญทองโอลิมปิก สมรักษ์ ก็กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ เขาได้รับรางวัลและการเชิดชูเกียรติจากหลายสถาบัน ปัจจุบัน สมรักษ์ยังคงมีงานในวงการบันเทิงอยู่เรื่อยๆ รวมทั้งทำธุรกิจส่วนตัว มีค่ายมวยของตนเอง และเปิดสอนมวยไทยสำหรับผู้ที่สนใจด้วย

“สนามมวยเวทีลุมพินี” ปรับเป็น “ศูนย์พัฒนากีฬา ทบ.” สืบต่อตำนานสนามมวยไทย

"สนามมวยเวทีลุมพินี" ปรับเป็น "ศูนย์พัฒนากีฬา ทบ." สืบต่อตำนานสนามมวยไทย

สนามมวยเวทีลุมพินี (Lumpinee Boxing Stadium) เป็นสนามมวยมาตรฐานของประเทศไทย เทียบเท่ากับสนามมวยราชดำเนิน เดิมนั้นตั้งอยู่ ณ ถนนพระรามที่ 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ติดกับโรงเรียนเตรียมทหาร (เดิม) ปัจจุบันตั้งอยู่ในพื้นที่ของศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2499 โดย พลตรี ประภาส จารุเสถียร ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ โดยมีการชกมวยนัดแรกเมื่อวันที่ 15 มีนาคม และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 ธันวาคม ปีเดียวกัน ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของกรมสวัสดิการทหารบก กองทัพบก

สนามมวยเวทีลุมพินี นับได้ว่าเป็นสนามมวยที่มีประวัติยาวนานเช่นเดียวกับสนามมวยราชดำเนิน มีการจัดการชกมวยทั้งมวยไทยและมวยสากล ผ่านการนัดสำคัญๆ มาเป็นจำนวนมาก เช่น การชิงแชมป์โลกครั้งแรกของโผน กิ่งเพชร กับ ปาสคาล เปเรซ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2503 เป็นต้น มีการชิงแชมป์ของเวทีทั้งในแบบมวยไทยและมวยสากล ซึ่งผู้ที่ได้แชมป์ของเวทีนี้ก็เสมือนได้แชมป์ของประเทศไทย และมีการเดิมพันแชมป์กับแชมป์ในรุ่นเดียวกันของสนามมวยราชดำเนินเสมอๆ

ต่อมา คณะกรรมการอำนวยการสนามมวยเวทีลุมพินีได้มีมติเห็นชอบปรับรูปแบบการให้บริการสนามมวยเวทีลุมพินี ยกระดับสู่การเป็น “ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (มวยไทยลุมพินี)” โดยภายใต้แนวคิดดังกล่าว นอกจากเป็นพื้นที่สำหรับออกกำลังกายให้กับกำลังพลและประชาชนทั่วไป รวมทั้งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันแล้ว ได้มีการปรับรูปแบบพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นแหล่งผลิตบุคลากรด้านมวยไทย อันประกอบไปด้วยโรงเรียนฝึกสอนกีฬามวยไทย โรงเรียนฝึกอบรมครูมวย และโรงเรียนฝึกอบรมกรรมการผู้ตัดสิน พร้อมมอบใบประกาศให้กับผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม อันจะสร้างความภาคภูมิใจและสามารถนำไปต่อยอดประกอบอาชีพได้

นอกจากนั้น ภายในศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (มวยไทยลุมพินี) ได้มีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์รวบรวมประวัติศาสตร์ ความเป็นมา และความสำคัญของกีฬามวยไทย เพื่อเป็นศูนย์รวมในการเผยแพร่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กับผู้ที่สนใจทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นการยกระดับการบริหารจัดการสวัสดิการของกองทัพให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกำลังพลในทุกระดับ รวมถึงประชาชนทั่วไป ในการใช้สถานที่และทรัพยากรให้เป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ เป็นศูนย์รวมการผลิตบุคลากรกีฬามวยไทยที่มีคุณภาพ สร้างชื่อเสียงและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และกีฬาของประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน

Reference